วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552
4 ข้อคิดดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี
1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
'กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก' คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส 'จิตประภัสสร' ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี'แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข'
2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
'แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน' คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า 'เจ้ากรรมนายเวร' ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์
ฉะนั้น เราต้องถอดถอนความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น 'ไฟสุมขอน' (ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี 'แผ่เมตตา' หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป
3. อย่าเสียเวลากับความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ 'ปล่อยไม่ลงปลงไม่เป็น' มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆไว้ที่หลัง ขึ้นไปด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ 'อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน' 'อยู่กับปัจจุบันให้เป็น' ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี 'สติ' กำกับตลอดเวลา
4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
'ตัณหา' ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดีเหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ 'ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม' ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลาไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ ของโทรศัพท์ เราต้องถามตัวเองว่า 'เกิดมาทำไม' 'คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน 'ตามหา 'แก่น' ของชีวิตให้เจอ' คำว่า 'พอดี' คือ ถ้า 'พอ' แล้วจะ 'ดี' รู้จัก 'พอ' จะมีชีวิตอย่างมีความสุข
วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552
หัวใจจะวาย ! ประกาศผล GAT-PAT เร็วขึ้น..
ผอ.สทศ. กล่าวอีกว่า ส่วนข้อสอบความถนัดทั่วไป [GAT] และข้อสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ [PAT] ครั้งที่ 1 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือ แอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 2553 เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องตรวจทานความถูกต้องอีก..
ส่วนที่ทำให้การตรวจข้อสอบเร็ว เนื่องจาก สทศ.ได้เพิ่มเครื่องตรวจมากขึ้น จากเดิมมี 2 เครื่อง และเป็นเครื่องตรวจเล็กเพิ่มเป็น 20 เครื่อง ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่อาจจะประกาศผลสอบ GAT และ PAT เร็วขึ้น จากที่กำหนดจะประกาศวันที่ 30 พ.ค.นี้ เพื่อจะได้เตรียมการในการรับสมัครและสอบในครั้งต่อไป..
ขอบคุณเครดิต : www.dek-d.com
วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2552
8 ของเย็นคลายร้อน
ดื่มน้ำเย็น ต้องเย็นแบบเป็นไอระเหยลอยขึ้นมาเลยนะ ดื่มแล้วสัมผัสได้ถึงความเย็นที่ไหลผ่านลำคอลงไปถึงกระเพาะอาหาร เย็นสะท้านไปถึงไขสันหลัง หนาวสั่นจนขนลุกเกรียว เย็นราวกับมีลมหนาวจากขั้วโลกพักผ่านผิวกาย ผมปลิวสยายเหมือนเล่นมิวสิค เย็นเวอร์ เย็นจริง ดับร้อนได้แน่ๆ
อาบน้ำเย็น อย่าไปแคร์ว่าเป็นผู้ใหญ่ต้องอาบน้ำร้อนมาก่อน เพราะเรายังเด็กละอ่อนต้องอาบน้ำเย็นเข้าไว้ เย็นกว่าน้ำตกเหวนรก อาบแล้วผิวพรรณเปล่งปลั่งดังทองสุก (สำนวนเชยจัง) ควรอาบด้วยฝักบัวเพื่อประหยัดน้ำไว้อาบชาติหน้า หรือแช่อ่างจากุชชีน้ำแร่ใส่น้ำแข็ง โรยกลีบกุหลาบเล็กน้อย เพื่ออะไรไม่ทราบ ช่างมัน! อา...เย็นสดชื่น
แป้งเย็น เย็นจัดไม่แสบร้อน หอมกรุ่นไม่ฉุนกึก ทาแล้วกระชับรูขุมขน จะได้ไม่คายเหงื่อให้ตัวเหนียวเหนอะหนะ เย็นราวกับไม่ได้สวมเสื้อผ้ายืนท้าลมร้อน เย็นพ่วงไวเทนนิ่งทาแล้วขาวกระจ่างใส เย็นซันบล็อกทากันแสง UV ได้ด้วย แนะนำว่าควรชโลมผิวกายด้วยน้ำเย็นในข้อแรกก่อนทาแป้งเย็นจะได้ผลดีเกินคาด
อยู่ที่เย็น ไม่ต้องลำบากไปนอนในตู้เย็นเพราะจะเปลืองไฟ ไม่ต้องเปิดแอร์เร่งภาวะโลกร้อน แต่เราจะเย็นด้วยธรรมชาติ เย็นแบบอโรมา เย็นยิ่งกว่าไปบำบัดที่สปา ด้วยการขุดรูอยู่ ใต้ดินนี้หนา...เย็นนักแล สังเกตมาจากน้องหมาที่บ้านชอบขุดรูนอนโคนต้นไม้ - -' ไม่สงวนลิขสิทธิ์ น้องหมาบอกลอกเลียนได้ไม่อั้น แต่จะให้ช่วยขุดไม่มีทาง ตัวใครตัวมันงานนี้
กินของเย็น ไม่ต้องลำบากหาดินโป่งกิน เพราะเราไม่ใช่ช้าง หาอะไรก็ได้ที่ให้ความเย็นแก่ร่างกาย ดับร้อนจากภายนอกสู่ภายใน อาทิ มะพร้าวอ่อนที่มีสรรพคุณเป็นของเย็น น้ำแข็ง หมี่เย็น ไอศกรีมเย็นๆ นมเย็น ข้าวเย็น เย็นตาโฟ
ฟังเพลงเย็น "แดดรอนๆ เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ทอแสงเรืองอร่ามจับงามตา ในนภาสลับจับอัมพร..." เพลงยามเย็น ในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (แล้วงี้จะไม่เย็นได้ไง)... ฟังเพลงที่ให้ความรู้สึกเย็นชุ่มฉ่ำหัวใจ อาทิ เพลงหวานเย็น ของมายด์, เพลงชาเย็น ของบรรณ สุวรรณโณชิน, เพลงผีโรงเย็น ของปู พงสิทธิ์, เพลงสาวรามยามเย็น ของบิว กัลยาณี, เพลงเช้า-เย็น ของ August Band เป็นต้น
เดินเล่นตอนเย็น ร้อนนักกลางวี่กลางวันก็อย่าไปไหน เร้นกายอยู่ในบ้าน งานการไม่ต้องทำ เรียนพิเศษไม่ต้องไป (จะดีเหรอ) รอให้ถึงเวลาเย็นย่ำตะวันรอน ค่อยเยื้องย่างยุรยาตรออกมาสัญจรข้างนอก (แหมศัพท์แสงเค้าน่าดูชม) ถ้ามันร้อนจัดจนพาลให้หงุดหงิดก็นั่งนอนอยู่บ้านแล้วกัน ดื่มน้ำเย็น อาบน้ำเย็น กินของเย็น ทาแป้งเย็น อยู่ที่เย็น และฟังเพลงเย็นๆ ไปเพลินๆ
สงบเยือกเย็น ว่ากันว่า... อากาศร้อนทำให้คนเป็นบ้า (เหรอ?) ไม่ร้อนคนก็บ้านะ เช่นคนเขียนเป็นต้น 55+ ร้อนแค่ไหนก็อย่าไปจริงจังกับมันมาก นิ่งเข้าไว้ สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ ใจร่มๆ เย็นๆ เป็นสุข ใครมาอารมณ์เสียใส่ก็ยิ้มรับไว้ด้วยใจเย็น (แล้วแอบด่ามันในใจอย่าให้ใครรู้) ใครมาร้อนใส่ก็ใช้คำพูดเยือกเย็นตอบโต้ สงบ สะอาด สว่าง จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว สาธุ!!!
วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว
1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี่จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม
2. กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น
3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคสมองฝ่อและโรคอัลไซเมอร์
4. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง
5. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง
6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้
7. นอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง
8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว
9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ
10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง
รู้อย่างนี้แล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กล่าวมาจะดีกว่า เพื่อจะได้มีสมองที่ดี...
วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
Valentine's Day
วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความรัก และความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยของจักรวรรดิโรมันที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซํ้าร้ายภายใต้การปกครองของกษัตริย์ "คลอดิอุสที่ 2" ผู้ออกกฎหมายบีบบังคับให้ประชาชนเลิกนับถือ และห้ามให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียนเกิดขึ้น แต่ยังคงมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส" หรือที่ได้รับการยกย่องเป็น เซนต์วาเลนไทน์ ในภายหลัง คอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษทรมานแสนสาหัสอยู่ในคุก
ในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในคุก ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2 พระองค์จึงสั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรักของเขา โดยลงท้ายในจดหมายว่า "...จากวาเลนไทน์ของเธอ (Love From Your Valentine)"
ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจในความรักของเขา ยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น "วันแห่งความรัก" Saint Valentine's Day หรือ Valentine'sDay และได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกา รวมทั้งในทวีปเอเชียด้วย
ของขวัญวันวาเลนไทน์ ของขวัญที่นิยม ของขวัญแทนใจวันแห่งความรัก
ดอกไม้ ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด ที่ฮิตสุดเห็นจะเป็น
- กุหลาบแดง หมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ
- กุหลาบขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับเช่นเดียวกับดอกกุหลาบแดง
- กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด
- กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข
- กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
- กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น สําหรับคนที่อยากได้อะไรแตกต่างยังมีดอกอื่นๆ อาทิ
- ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง รักอย่างสุดซึ้ง
- ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึง ความโรแมนติก อ่อนหวานระหว่างคุณและคนรัก
- ดอกทิวลิปสีแแดง หมายถึง ความรักที่จะร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน
- ดอกไวโอเล็ต ที่แทนความหมายของการให้รักตอบแทน
ช็อกโกแลต นักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลตเป็นตัวช่วยเสริมอารมณ์รัก และรสชาติความหวานก็เป็นสิ่งที่แทนความรู้สึกวันแห่งความรักได้อย่างดี และยังมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าในช็อกโกแลตมีสารช่วยกระตุ้นสมองโดยออกฤทธิ์คล้าย แอมเฟตามีน เป็นตัวเบิกทางความรู้สึกลึกๆแห่งรักได้ดี
การ์ด อันนี้เป็นของจําเป็นควบคู่ไปกับดอกไม้ และช็อกโกแลต เลือกตามแบบที่ชอบ เขียนความในใจตามแบบที่อยากให้คนที่ได้รับอ่านแล้วเข้าใจในทันที แถมหาซื้อไม่ยากด้วย
ตุ๊กตา เป็นสิ่งที่ให้กันได้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว แต่พิเศษสําหรับวันแห่งความรักคงต้องเลือกสรรให้น่ารัก น่าประทับใจแทนความหมายได้ทุกอารมณ์แล้วแต่คุณจะหยิบแบบไหน
เทียนหอม มาแรงในหมู่หนุ่มสาวชาวไทย ที่สื่อได้ทั้งความหมายจากรูปทรงหัวใจ และให้กลิ่นหอมชวนหลงใหลตามแต่ใครจะเลือกได้ถูกใจอีกฝ่ายแค่ไหน
มื้อค่ำ ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้อพิเศษในวันแห่งความรัก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบไหน ในบ้าน ร้านอาหาร หรือริมทะเล แต่ขอให้มีแต่คุณและคนรักไปกันสองคนก็แล้วกัน
วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552
เคล็ดลับการถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์
เคล็ดลับเพื่อถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์
1. กะพริบตาให้ถี่ขึ้น อาการตาแห้ง เกิดจากการที่เรากะพริบตาน้อยลง เนื่องจากมีสมาธิขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ อัตราการกะพริบตาจะลดลงจาก 20 - 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 - 8 ครั้งต่อนาที ถ้าไม่อยากตาแห้ง ควรจะกะพริบตาให้ถี่ขึ้น หรืออาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
2. จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม ให้บริเวณหน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ ควรจัดให้มีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50 - 70 ซ.ม. จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ ให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4 - 9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป
3. ปรับความสว่างของห้อง ควรปิดไฟบางดวงที่ทำการรบกวนการทำงาน เพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความสว่างที่มากเกินไป ถ้ามีแสงจ้าจากหน้าต่าง ควรใช้มูลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน และไม่เข้าตาโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีผิวสะท้อน เช่น โต๊ะสีขาว ควรใช้วัสดุที่มีผิวด้าน ที่สะท้อนแสงไม่มากจะดีกว่า
4. เลือกใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ เวลาพิมพ์งาน ควรเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอ และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น ซึ่งขนาดตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสมจะสังเกตได้จากการที่เราอ่านตัวอักษรได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน หรือเลือกใช้จอคอมพวิเตอร์ชนิด LCD (จอแบน) ซึ่งจะช่วยถนอนสายตาได้ดีกว่าจอแบบเก่า (CRT)
5. เลือกใช้แว่นที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์ ควรเลือกใช้เลนส์สีเขียวอ่อน ที่ช่วยให้สบายตาภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ และเพื่อลดแสงสะท้อนจากจอภาพ โดยเลือกแว่นตาที่มีกำลังขยายสำหรับระยะ 50 - 70 ซ.ม. (ระยะกลาง) ซึ่งค่ากำลังของเลนส์ดังกล่าวจะแตกต่างจากเลนส์อ่านหนังสือ หรือเลนส์มองใกล้ทั่วไป
6. พักสายตา ทุกๆ ชั่วโมง ควรเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อพักสายตาและป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน
วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2552
ต้นกำเนิดวันครูของประเทศไทย
"ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า... เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิด ว่าวันครูควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพ สักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับคนทั่วไป ถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละ ทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง"
จากแนวความคิดนี้ กอปรกับความเห็นของครูที่แสดงออกทางสื่อมวลชนและอื่นๆ ต่างเรียกร้องให้มีวันครูเพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดี เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมากในปีเดียวกันที่ประชุมคุรุสภาสามัญประจำปีจึงได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติเห็นควรให้มีวันครูเพื่อเสนอคณะกรรมการอำนวยการต่อไป โดยได้เสนอหลักการว่า เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูและเพื่อส่งเสริม ความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน
การจัดงานวันครูได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าวได้ ในส่วนกลางใช้สถานที่ของกรีฑาสถานแห่งชาติเป็นที่จัดงานวันครูนี้ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญคือ หนังสือประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างเป็นถาวรวัตถุ
สำหรับวันครูโลก ทางยูเนสโกได้กำหนดให้วันที่ ๕ ตุลาคมของทุกปีเป็นวันครูโลก ประเทศไทยได้เริ่มจัดครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๘ สำหรับต่างประเทศ แต่ละที่ก็มีการกำหนดวันครูเช่นเดียวกันนะคะ มีทั้งกำหนดว่าเป็นวันหยุด และไม่เป็นวันหยุด มีที่ไหน อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย...
ประเทศที่มีวันครูที่ไม่ใช่วันหยุด
อินเดีย
วันที่ 5 กันยายน
มาเลเซีย
วันที่ 16 พฤษภาคม
ตุรกี
วันที่ 24 พฤศจิกายน
ประเทศที่มีวันครูเป็นวันหยุด
วันที่ 7 มีนาคม
จีน
วันที่ 10 กันยายน
สาธารณรัฐเช็ก
วันที่ 28 มีนาคม
อิหร่าน
วันที่ 2 พฤษภาคม
ละตินอเมริกา
วันที่ 11 กันยายน
โปแลนด์
วันที่ 14 ตุลาคม
รัสเซีย
วันที่ 5 ตุลาคม
สิงคโปร์
วันที่ 1 กันยายน
สโลวีเนีย
วันที่ 28 มีนาคม
เกาหลีใต้
วันที่ 15 พฤษภาคม
ไต้หวัน
วันที่ 28 กันยายน
สหรัฐอเมริกา
วันอังคารในสัปดาห์แรกที่เต็ม 7 วันในเดือนพฤษภาคม
วันที่ 20 พฤศจิกายน